คู่มือระบบประกันสุขภาพ in ญี่ปุ่นสำหรับคนไทย

เปรียบเทียบ "ประกันสุขภาพแห่งชาติ" และ "ประกันสังคม" อย่างรอบด้าน วิธีสมัคร ยื่นขอสิทธิ์ลดหย่อน และคำศัพท์-ประโยคภาษาญี่ปุ่นจำเป็นที่หน้าโรงพยาบาล

สำหรับคนต่างชาติรวมถึงคนไทยที่ย้ายมาพำนักอาศัยในประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะยาว ไม่ว่าจะมาเรียนภาษา เรียนต่อระดับอุดมศึกษา ทำงานเป็นพนักงานบริษัท หรือย้ายตามครอบครัวมา สิ่งหนึ่งที่จะกลายเป็นเสาหลักสำคัญที่สุดในการคุ้มครองคุณภาพชีวิตและการเงินของคุณคือ "ระบบประกันสุขภาพสาธารณะ" (公的医療保険 - Kōteki iryō hoken) ของญี่ปุ่นค่ะ เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลและค่ายาที่ญี่ปุ่นหากไม่มีประกันสุขภาพคุ้มครองจะมีราคาแพงมหาศาลมาก การมีบัตรประกันสุขภาพจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันความเสี่ยงทางการเงินไม่ให้งบบานปลายยามเจ็บป่วยค่ะ

กฎหมายของประเทศญี่ปุ่นระบุไว้ว่า ชาวต่างชาติทุกคนที่ได้รับวีซ่าพำนักในญี่ปุ่นตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ "ต้องเข้าร่วมระบบประกันสุขภาพสาธารณะ" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ โดยระบบจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามสถานะการทำงานและวีซ่าของคุณ ได้แก่ ประกันสุขภาพแห่งชาติ (国民健康保険 - Kokumin Kenkō Hoken) และ ประกันสังคม (社会保険 - Shakai Hoken) ซึ่งทั้งสองระบบนี้มีเงื่อนไข วิธีคำนวณเบี้ยประกัน และสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันพอสมควรค่ะ

วันนี้พวกเรา YUI & YUTO จะพาทุกคนมาเจาะลึกระบบการแพทย์และประกันสุขภาพในญี่ปุ่นอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ สมัครประกันได้อย่างถูกต้อง รู้วิธีการขอสิทธิ์ลดหย่อนค่าเบี้ยประกัน (โดยเฉพาะนักเรียนต่างชาติ) รวมถึงเรียนรู้คำศัพท์และประโยคจริงสำหรับติดต่อสื่อสารที่โรงพยาบาลหรือสำนักงานเขตกันค่ะ!

⚠️ สรุปประโยชน์สูงสุด: ประกันสุขภาพญี่ปุ่นจ่ายชดเชยให้คุณเท่าไหร่?
เมื่อคุณเข้าร่วมระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม คุณจะได้รับ "บัตรประกันสุขภาพ" (健康保険証 - Kenkō hoken-shō) ซึ่งเมื่อคุณนำไปยื่นที่เคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล คลินิก หรือร้านขายยาที่ได้รับการรับรอง คุณจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่ายาจริงเพียง "30%" (3割負担 - San-wari futan) เท่านั้นค่ะ! อีก 70% รัฐบาลและกองทุนประกันสุขภาพจะเป็นผู้รับภาระจ่ายแทนให้ทันทีค่ะ (ยกเว้นเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่อาจจะจ่ายเพียง 10-20% ตามเงณฑ์อายุ)

*หมายเหตุ: โรคหรือการรักษาบางประเภทที่จัดอยู่ในกลุ่มไม่จำเป็นทางการแพทย์ เช่น การศัลยกรรมตกแต่ง การตรวจสุขภาพประจำปี การฉีดวัคซีนป้องกันโรคบางชนิด หรือการคลอดบุตรปกติ จะไม่ครอบคลุมในระบบประกัน 30% นี้ค่ะ (แต่การคลอดบุตรจะมีเงินอุดหนุนช่วยเหลือแบบเหมาจ่ายก้อนโตแยกให้ต่างหากค่ะ)

1. ประกันสุขภาพแห่งชาติ (Kokumin Kenko Hoken / 国民健康保険)

เรียกย่อๆ ว่า "โคคุโฮะ" (国保) เป็นระบบประกันสุขภาพที่บริหารจัดการโดยเทศบาลท้องถิ่น (市区町村 - Shikuchōson) ของเขตหรือเมืองที่คุณลงทะเบียนที่อยู่อาศัยไว้ค่ะ:

1.1 ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วมระบบนี้?

ระบบนี้ออกแบบมาสำหรับบุคคลที่ไม่ได้ทำงานประจำในบริษัทที่มีสวัสดิการประกันสังคม เช่น:

1.2 การสมัครและชำระค่าเบี้ยประกัน

คุณต้องเดินทางไปแจ้งขอสมัครเข้าร่วมระบบนี้ที่เทศบาลเขตหรือที่ว่าการอำเภอ (Ward Office / 市役所 - Shiyakusho) ใกล้บ้านภายใน 14 วันหลังจากย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตนั้นๆ ค่ะ โดยเอกสารที่ต้องใช้คือ บัตร Residence Card และพาสปอร์ต ค่าเบี้ยประกันจะถูกคำนวณและส่งมาเป็นใบแจ้งหนี้รายเดือนทางไปรษณีย์ ซึ่งสามารถนำไปจ่ายได้สะดวกสบายที่ร้านสะดวกซื้อทั่วไปหรือหักผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติค่ะ

2. ประกันสังคม (Shakai Hoken / 社会保険)

เรียกย่อๆ ว่า "ชาโฮะ" (社保) เป็นระบบประกันสุขภาพของพนักงานบริษัทและพนักงานประจำ รวมถึงลูกจ้างรายชั่วโมงที่ทำงานยาวนานตามข้อกำหนดของบริษัทจ้างงานค่ะ:

2.1 ใครบ้างที่อยู่ในระบบนี้?

พนักงานที่ทำงานประจำเต็มเวลา (正社員) และลูกจ้างพาร์ทไทม์ที่ทำงานเกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไปพร้อมมีรายได้เกิน 88,000 เยนต่อเดือนในบริษัทที่มีขนาดใหญ่ตามเกณฑ์กฎหมายระบุไว้ค่ะ

2.2 จุดเด่นและข้อดีของประกันสังคม

  1. นายจ้างจ่ายช่วยครึ่งหนึ่ง (50%): เบี้ยประกันสังคมจะถูกคำนวณจากฐานเงินเดือนจริงของคุณ โดยที่บริษัทจะออกเงินช่วยจ่ายให้ 50% และส่วนของคุณอีก 50% จะถูกหักออกจากเงินเดือนโดยอัตโนมัติก่อนโอนเข้าบัญชี (เป็นการหัก ณ ที่จ่าย)
  2. รวมบำนาญและประกันอื่นๆ ไปด้วย: ประกันสังคมมักจะครอบคลุมถึง ประกันสุขภาพ (健康保険) + บำนาญสวัสดิการพนักงาน (厚生年金 - Kōsei Nenkin) + ประกันการจ้างงาน (雇用保険 - Koyō Hoken) ทำให้คุณได้รับสิทธิบำนาญสะสมเมื่อเกษียณที่สูงกว่าระบบปกติมากค่ะ
  3. ระบบลดหย่อนครอบครัว (Dependent System): หากคุณมีคู่สมรสหรือบุตรที่ไม่มีรายได้ คุณสามารถนำพวกเขาเข้ามาอยู่ในฐานะ "ผู้พึ่งพิง" (扶養 - Fuyō) ภายใต้บัตรประกันของคุณได้ โดยที่ครอบครัวสามารถใช้สิทธิ์รักษาพยาบาล 30% ได้ทันทีโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันของพวกเขาสะสมเพิ่มขึ้นเลยค่ะ ซึ่งต่างจากระบบประกันแห่งชาติที่ต้องจ่ายเบี้ยรายคนแยกตามหัวประชากรค่ะ

3. ตารางเปรียบเทียบ: ประกันสุขภาพแห่งชาติ VS ประกันสังคม

เพื่อความชัดเจนในการประเมินโครงสร้างและสิทธิประโยชน์ที่เพื่อนๆ จะได้รับ ลองมาดูตารางสรุปเปรียบเทียบข้อแตกต่างที่สำคัญดังต่อไปนี้ค่ะ:

หัวข้อเปรียบเทียบ ประกันสุขภาพแห่งชาติ (Kokumin) ประกันสังคม (Shakai Hoken)
หน่วยงานบริหาร ที่ทำการเขต / สำนักงานเมืองท้องถิ่น สมาคมประกันสุขภาพของบริษัท/กลุ่มอุตสาหกรรม
การคำนวณเบี้ยประกัน คำนวณจากรายได้ปีก่อนและจำนวนคนในบ้าน คำนวณเป็นอัตราส่วนคงที่จากเงินเดือนเดือนนั้นๆ
การชำระเงิน จ่ายผ่านใบแจ้งหนี้ที่ส่งมาบ้าน (คอนบินิ/ธนาคาร) หักออกจากยอดเงินเดือนโดยอัตโนมัติทุกเดือน
สิทธิ์ผู้พึ่งพิง (扶養) ไม่มี (ทุกคนในบ้านต้องเสียเบี้ยประกันรายหัว) มี (คนในครอบครัวพึ่งพิงได้ฟรีหากรายได้ไม่เกินเกณฑ์)
สิทธิ์เงินบำนาญ (Nenkin) ต้องจ่ายบำนาญแห่งชาติ (Kokumin Nenkin) แยกต่างหาก หักรวมบำนาญพนักงาน (Kosei Nenkin) ในยอดเดียวกัน

4. เคล็ดลับช่วยประหยัด: วิธีขอลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพแห่งชาติสำหรับนักเรียน

สำหรับนักเรียนไทยที่เพิ่งเดินทางมาถึงญี่ปุ่นในปีแรกและยังไม่มีรายได้จากการทำงานพิเศษ หรือมีรายได้น้อยมากจากอารุไบโตะ คุณมีสิทธิ์ยื่นขอ "การลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ" (保険料の減免 - Hoken-ryō no genmen) ได้สูงสุดถึง 70% ของเบี้ยประกันมาตรฐานค่ะ! วิธีปฏิบัติมีดังนี้ค่ะ:

  1. ยื่นรายงานรายได้เป็น "0 เยน" หรือรายได้ต่ำ: ในทุกๆ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม เทศบาลเขตจะส่งเอกสารรายงานรายได้มาที่บ้าน แม้คุณจะไม่มีรายได้เลยก็ต้องกรอกข้อมูลส่งกลับไปว่า "รายได้เป็นศูนย์" ค่ะ หากไม่ส่งใบนี้ ระบบจะมองว่าคุณไม่ยอมรายงานและจะเรียกเก็บเบี้ยประกันในอัตรามาตรฐานซึ่งแพงมากค่ะ
  2. ติดต่อแผนกประกันสุขภาพที่สำนักงานเขต: นำบัตร Residence Card บัตรนักศึกษา และใบรายงานรายได้ไปยื่นที่ช่องบริการแผนกประกันสุขภาพ (国民健康保険課 - Kokumin Kenkō Hoken-ka) และแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการยื่นเรื่องขอปรับลดค่าประกันเนื่องจากเป็นนักศึกษาที่ไม่มีรายได้ เจ้าหน้าที่จะทำการประเมินและลดหย่อนเบี้ยประกันรายเดือนให้คุณเหลือเพียงประมาณ 1,000 - 2,000 เยนต่อเดือนเท่านั้นค่ะ!

5. คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่ต้องรู้เมื่อติดต่อโรงพยาบาลและประกัน

นี่คือคำศัพท์สำคัญที่จะปรากฏอยู่บนเอกสารสิทธิ์ บัตรประกันสุขภาพ หรือป้ายข้อความรวมถึงปุ่มกดตามโรงพยาบาลและคลินิกในญี่ปุ่นค่ะ:

ภาษาญี่ปุ่น คำอ่านโรมันจิ คำแปลภาษาไทย
健康保険証 Kenkō hoken-shō บัตรประกันสุขภาพ (เอกสารสำคัญห้ามทำหาย)
自己負担 Jiko futan ยอดเงินที่ผู้ป่วยต้องรับภาระจ่ายเอง (ปกติคือ 30%)
初診 Shoshin การเข้ารับการตรวจรักษาครั้งแรกที่โรงพยาบาลนั้นๆ (มักมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพิ่ม)
再診 Saishin การตรวจติดตามผล / การรักษาครั้งถัดไปในอาการเดิม
処方箋 Shohōsen ใบสั่งยาจากแพทย์ (ต้องนำไปยื่นรับยาที่ร้านขายนอกโรงพยาบาล)
高額療養費制度 Kōgaku ryōyōhi seido ระบบช่วยควบคุมค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยร้ายแรงที่มีค่ารักษาสูงเกินขีดจำกัดรายเดือน

6. ประโยคภาษาญี่ปุ่นมีประโยชน์สำหรับการใช้สิทธิ์ที่โรงพยาบาล

พวกเราสรุปประโยคสั้นๆ ที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เพื่อนๆ คนไทยพกติดตัวไว้ออกเสียงหรือเปิดแสดงให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์โรงพยาบาลดูยามเกิดกรณีฉุกเฉินเจ็บไข้ได้ป่วยค่ะ:

💬 เมื่อเดินเข้าไปติดต่อที่ฝ่ายต้อนรับโรงพยาบาลครั้งแรก:

Hoken-shō wa tsukaemasu ka? ความหมาย: สามารถใช้บัตรประกันสุขภาพที่นี่ได้ไหมคะ/ครับ?
Hoken-shō o motte imasu. Kore de onegai shimasu. ความหมาย: ฉันพกบัตรประกันสุขภาพมาด้วยค่ะ ยื่นใบนี้ให้ตรวจรักษาด้วยค่ะ/ครับ

💬 เมื่อต้องการขอลดหย่อนค่าเบี้ยประกันที่สำนักงานเขต:

Ryūgakusei na node, hoken-ryō no genmen shinsei o shitai no desu ga. ความหมาย: เนื่องจากฉันเป็นนักเรียนต่างชาติ จึงอยากขอทำเรื่องยื่นลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพค่ะ/ครับ
Hoken-shō o funshitsu shita node, saihakkō o onegai shimasu. ความหมาย: ทำบัตรประกันสุขภาพหาย รบกวนขอทำเรื่องออกบัตรทดแทนใบใหม่ด้วยค่ะ/ครับ

7. ข้อแนะนำและสรุปจาก YUI & YUTO: การดูแลสิทธิ์รักษาสุขภาพในต่างแดน

สุขภาพที่แข็งแรงคือทรัพย์สินที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นค่ะ แต่ยามเจ็บป่วยขึ้นมา การจัดการสิทธิ์รักษาสุขภาพอย่างรอบคอบจะช่วยเซฟกระเป๋าเงินของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ:

  1. พกบัตรประกันสุขภาพ (Kenkō Hoken-shō) ติดกระเป๋าเงินตลอดเวลา: อุบัติเหตุและอาการป่วยฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากคุณเข้าโรงพยาบาลโดยไม่มีบัตรประกันตัวจริง คุณจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าไปก่อน 100% เต็มจำนวน ซึ่งอาจสูงหลายหมื่นหรือหลายแสนเยน แล้วค่อยนำบัตรไปยื่นขอเงินคืน 70% ย้อนหลัง ซึ่งสร้างความยุ่งยากทางเอกสารมากค่ะ
  2. เลือกใช้ "คลินิกท้องถิ่น" (Clinic / 医院) ก่อนไปโรงพยาบาลใหญ่: ระบบการแพทย์ญี่ปุ่นสนับสนุนให้ตรวจที่คลินิกเฉพาะทางแถวบ้านก่อนค่ะ หากคุณไปโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่โดยไม่มี "ใบส่งตัว" (紹介状 - Shōkaijō) จากคลินิกทั่วไป คุณจะต้องโดนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษแรกเข้า (選定療養費) เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5,000 - 8,000 เยน ซึ่งส่วนนี้ประกันสุขภาพไม่ช่วยออกให้จ่ายร่วมนะคะ!
  3. อย่าค้างชำระค่าเบี้ยประกันสุขภาพแห่งชาติ: หากคุณค้างชำระค่าเบี้ยประกันเกินกำหนดติดต่อกันหลายเดือน สำนักงานเขตอาจลดระดับสิทธิ์การรักษาพยาบาลของคุณบนบัตร หรืออาจระงับการต่ออายุวีซ่าพำนักของคุณจากการมีประวัติค้างชำระหนี้สาธารณะตามกฎหมายค่ะ หากไม่มีเงินจ่ายจริงๆ ให้เข้าไปปรึกษาแผนกภาษีเพื่อขอแบ่งผ่อนชำระได้ค่ะ เจ้าหน้าที่ใจดีและยินดีช่วยเหลือเสมอค่ะ

พวกเราหวังว่าข้อมูลระบบประกันสุขภาพฉบับสมบูรณ์เล่มนี้จะช่วยคลายความกังวลใจเรื่องการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพให้แก่เพื่อนๆ พี่น้องชาวไทยในประเทศญี่ปุ่นได้ทุกคนนะคะ!

หากมีข้อสงสัยหรืออยากติดตามอ่านบทความที่มีประโยชน์และน่าสนใจอื่นๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสังคมญี่ปุ่น สามารถติดตามอ่านบทความใหม่ๆ จากพวกเราได้เสมอเลยนะคะ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและปลอดภัยในญี่ปุ่นค่ะ!

YUI & YUTO

เกี่ยวกับผู้เขียน: YUI & YUTO (ผู้นำเสนอสิทธิ์และสวัสดิการผู้พำนักชาวต่างชาติในญี่ปุ่น)

ความเชี่ยวชาญ: โครงสร้างกฎหมายระบบสาธารณสุขและการประกันสังคมญี่ปุ่น (Japanese Public Healthcare & Social Security Policy), ศัพท์เทคนิคทางการแพทย์สำหรับการสื่อสารทั่วไป

พวกเรา YUI & YUTO มุ่งมั่นทำงานเขียนที่อ้างอิงแหล่งกฎหมายที่ชัดเจนและมีข้อมูลน่าเชื่อถือเพื่อสนับสนุนความสุขของคนไทยในต่างแดน บทความระบบประกันสุขภาพในญี่ปุ่นฉบับเข้าใจง่ายนี้ได้รับการรวบรวมและตรวจสอบเกณฑ์สิทธิ์ลดหย่อนภาษี บำนาญ และค่าเบี้ยประกันภัยสาธารณะของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการแห่งประเทศญี่ปุ่น (MHLW) ล่าสุดประจำปี 2026 เพื่อคุ้มครองสุขภาพและรักษาสิทธิ์พยาบาลของคนไทยในญี่ปุ่นอย่างเป็นระบบและปลอดภัยที่สุดค่ะ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น: