สำหรับคนไทยที่คุ้นเคยกับความสะดวกสบายของระบบ PromptPay หรือการโอนเงินสแกนคิวอาร์โค้ดในเมืองไทย เมื่อเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นอาจจะรู้สึกว่า "ทำไมที่นี่ยังใช้เงินสดกันเยอะจัง?" ทว่าในความจริงแล้ว ประเทศญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่การเป็น "สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)" อย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้านขายยาจำนวนมากที่รองรับการชำระเงินผ่านระบบสมาร์ทโฟน
การชำระเงินด้วยแอปสแกนคิวอาร์โค้ดไม่เพียงแต่ลดความจำเป็นในการพกเหรียญเยนหนักๆ เท่านั้น แต่ยังมักจะมีระบบสะสมคะแนนคืนเงิน (Point Return) ที่คุ้มค่ามากๆ อีกด้วย ซึ่งแอปพลิเคชันชำระเงินอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นในขณะนี้ก็คือ PayPay ตามมาด้วยคู่แข่งอย่าง LINE Pay, Merpay (メルペイ) และระบบบัตรโดยสาร IC Card บนมือถือ
บทความนี้ พวกเรา YUI & YUTO จะนำทางเพื่อนๆ ไปรู้จักกับโลกของการจ่ายเงินแบบดิจิทัลในญี่ปุ่นอย่างละเอียด ตั้งแต่วิธีติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับคนไทย ขั้นตอนการลงทะเบียน เอกสารที่ใช้ วิธีการเติมเงินสด และที่สำคัญคือประโยคภาษาญี่ปุ่นหน้าร้านค้าเวลาพนักงานถามเรื่องวิธีการจ่ายเงินค่ะ!
1. ทำความรู้จักแอปพลิเคชันจ่ายเงินยอดนิยมในญี่ปุ่น (Popular Cashless Apps)
ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าระบบการสแกนจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนที่คนญี่ปุ่นและนักเรียนไทยในญี่ปุ่นใช้มากที่สุดมีอะไรบ้าง:
- PayPay (ペイペイ): แอปพลิเคชันชำระเงินผ่าน QR Code ที่มีส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ร้านค้าเล็กๆ แผงลอย หรือแม้แต่ร้านทำผมท้องถิ่นต่างก็รองรับ PayPay ข้อดีคือสมัครง่ายและใช้งานคู่กับบัญชีธนาคารหรือเติมเงินสดผ่านตู้อำนวยความสะดวกได้สะดวกมาก
- LINE Pay (ラインペイ): บริการที่เชื่อมโยงกับแอปพลิเคชัน LINE ที่ทุกคนใช้งานอยู่แล้ว สามารถส่งเงินแบ่งยอดจ่ายกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนนักศึกษาได้ง่าย อย่างไรก็ตาม บริการ LINE Pay มีการปรับลดฟังก์ชันและรวมเข้ากับ PayPay ในบางส่วน จึงต้องตรวจสอบร้านที่รองรับในปัจจุบันด้วยค่ะ
- Merpay (メルペイ): ระบบชำระเงินภายในแอปพลิเคชันซื้อขายของมือสองยอดฮิตอย่าง Mercari ซึ่งช่วยให้เราสามารถนำเงินรายได้จากการขายของมือสองมาใช้สแกนซื้อของในร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าทั่วไปได้ทันทีโดยไม่ต้องถอนเป็นเงินสด
2. ขั้นตอนการสมัครและยืนยันตัวตนสำหรับคนไทย (How to Sign Up and Verify Identity)
คนไทยที่ย้ายมาอยู่อาศัยในญี่ปุ่นเพื่อเรียนหรือทำงาน สามารถสมัครบัญชี PayPay และยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อปลดล็อกฟังก์ชันการโอนเงินและเพิ่มวงเงินการใช้งานได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้ค่ะ:
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดแอป PayPay จาก App Store หรือ Google Play Store (หมายเหตุ: จำเป็นต้องตั้งค่าภูมิภาคของสโตร์เป็นประเทศญี่ปุ่น จึงจะสามารถค้นหาแอปเจอค่ะ)
- ลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ญี่ปุ่น: ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ญี่ปุ่นของคุณเพื่อรับรหัส SMS ยืนยัน 4 หลัก (จำเป็นต้องมีเบอร์มือถือญี่ปุ่นที่ใช้งานได้จริง ไม่สามารถใช้เบอร์ไทยโรมมิ่งได้ค่ะ)
-
การยืนยันตัวตน (eKYC):
เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานฟังก์ชันโอนเงิน ให้ไปที่เมนู "Account" และเลือก "Identity Verification (本人確認)"
- เอกสารที่ใช้: สำหรับชาวต่างชาติ เอกสารที่ดีที่สุดและผ่านการอนุมัติง่ายที่สุดคือ บัตรพำนัก (Residence Card / 在留カード) หรือใบขับขี่ญี่ปุ่น
- ขั้นตอนสแกนใบหน้า: ระบบจะให้ถ่ายรูปหน้าบัตรพำนักในมุมตรง มุมเอียงเพื่อตรวจสอบความหนาของบัตร และสแกนใบหน้าจริงของคุณเพื่อเปรียบเทียบ ผลการยืนยันมักจะได้รับการอนุมัติภายใน 1-3 วันทำการค่ะ
3. วิธีการเติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน (How to Charge Cashless Apps)
หนึ่งในข้อสงสัยยอดนิยมคือ "เราจะนำเงินใส่เข้าไปในแอปได้อย่างไร?" สำหรับนักเรียนไทยที่เพิ่งย้ายไปญี่ปุ่นและยังไม่มีบัญชีธนาคาร วิธีเติมเงินสดผ่านตู้ ATM ร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางที่รวดเร็วและไม่มีค่าธรรมเนียมค่ะ:
3.1 การเติมเงินสดผ่านตู้ Seven Bank ATM หรือ Lawson Bank ATM
คุณสามารถเติมเงินสดเข้า PayPay หรือ LINE Pay ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไปที่ตู้อำนวยความสะดวกในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นหรือลอว์สัน ดังนี้:
- ไปที่หน้าตู้ ATM และเลือกเมนู "Smartphone Transaction (スマートフォン取引)" บนหน้าจอหลัก
- หน้าตู้ ATM จะแสดงภาพ QR Code ขนาดใหญ่
- เปิดแอป PayPay หรือแอปชำระเงินอื่นของคุณ เลือกฟังก์ชัน "Charge (チャージ)" -> "Seven Bank ATM" หรือ "Lawson Bank ATM" กล้องในแอปจะเปิดขึ้น
- ใช้กล้องมือถือสแกนคิวอาร์โค้ดที่หน้าตู้ ATM
- แอปจะแสดงรหัสยืนยัน 4 หลัก นำรหัสนี้ไปป้อนที่หน้าตู้ ATM
- ใส่เงินสด (ธนบัตรเท่านั้น ตู้ไม่รับเหรียญ ขั้นต่ำ 1,000 เยน) เข้าไปในตู้ ATM และกดยืนยัน ยอดเงินจะเข้าแอปทันทีอย่างลื่นไหลค่ะ!
3.2 การผูกบัญชีธนาคารญี่ปุ่น (Bank Account Link)
หากคุณยืนยันตัวตนเรียบร้อยและมีบัญชีธนาคารญี่ปุ่น (เช่น Yucho Bank หรือ Sumitomo Mitsui Bank) คุณสามารถผูกบัญชีเข้ากับแอปเพื่อทำการดึงเงินชำระค่าสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินไปเติมเงินสดที่ตู้สะดวกซื้อค่ะ
4. คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่พบบ่อยในการจ่ายเงินแบบไร้เงินสด (Cashless Vocabulary)
เพื่อการสื่อสารที่ถูกต้องเวลาชำระเงินที่แคชเชียร์ร้านค้า มาเรียนรู้คำศัพท์สำคัญกันเถอะค่ะ:
| คำภาษาญี่ปุ่น | คำอ่านโรมาจิ | คำอ่านภาษาไทย | ความหมายภาษาไทย |
|---|---|---|---|
| キャッシュレス | Kyasshuresu | แคชชุเรซุ | การชำระเงินแบบไร้เงินสด |
| バーコード / QRコード | Bākōdo / Kyūārukōdo | บาร์โคโดะ / คิวอาร์โคโดะ | บาร์โค้ด / คิวอาร์โค้ด |
| スキャン | Sukyan | สุแคน | การสแกน |
| チャージ | Chāji | ชาจิ | การเติมเงิน |
| ポイント還元 | Pointo kangen | พอยโตะ คังเกน | การคืนแต้มสะสม / เงินคืน |
| 残高不足 | Zandaka fusoku | ซันดากะ ฟุโซคุ | ยอดเงินคงเหลือไม่เพียงพอ |
| 一括払い | Ikkatsubarai | อิกคัตสึบาราย | การชำระเงินเต็มจำนวน (งวดเดียว) |
5. ประโยคภาษาญี่ปุ่นหน้าร้านชำระเงิน (Useful Phrases for Payment)
เมื่อเดินไปถึงแคชเชียร์และต้องการบอกพนักงานว่าต้องการสแกนจ่ายด้วยแอปพลิเคชัน ให้ใช้ประโยคจำลองต่อไปนี้ได้ทันทีค่ะ:
6. กฎมารยาทและความปลอดภัยในการจ่ายเงินไร้เงินสดที่ญี่ปุ่น (Etiquette and Safety Rules)
การใช้ชีวิตดิจิทัลในญี่ปุ่นมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อควรระวังที่เป็นวัฒนธรรมเฉพาะของที่นี่เช่นกันค่ะ:
- เตรียมหน้าจอแอปให้พร้อมก่อนถึงคิว: คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเวลาและความรวดเร็วในการต่อแถวชำระเงินอย่างมาก เมื่อใกล้ถึงคิวแคชเชียร์ของคุณ ควรปลดล็อกสมาร์ทโฟน เปิดแอปพลิเคชัน และเปิดหน้าบาร์โค้ดรอไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้แถวข้างหลังเสียเวลารอค่ะ
- ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือก่อนสั่งซื้อ: หากยอดเงินในแอปไม่เพียงพอ (残高不足 - Zandaka Fusoku) พนักงานอาจจะถามว่าจะชำระส่วนต่างด้วยเงินสด หรือทำการเติมเงินตอนนั้นเลย ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ทางที่ดีควรหมั่นตรวจสอบยอดเงินในแอปเสมอ
- ความปลอดภัยทางธุรกรรม: ห้ามแชร์หน้าบาร์โค้ดชำระเงินของตัวเองลงในโซเชียลมีเดีย หรือส่งให้ผู้อื่นดูเด็ดขาด เนื่องจากระบบบาร์โค้ดจ่ายเงินของ PayPay หรือแอปอื่นๆ มักจะสามารถหักเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่รหัสผ่านในบางกรณี
7. สรุปความเห็นจาก YUI & YUTO
การเปิดใช้ระบบ Cashless ในญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการท่องเที่ยวที่เห็นผลได้ดีที่สุดค่ะ นอกจากการใช้ชีวิตจะสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องมาคอยนับเศษเหรียญ 1 เยน 5 เยนที่สร้างความมึนพงึให้แก่นักท่องเที่ยวแล้ว การสะสมแต้มพอยต์ยังสามารถนำกลับมาแปลงเป็นเงินสดใช้จ่ายในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ หากเพื่อนๆ ลองฝึกใช้ประโยค "PayPay de haraimasu" คู่กับการเตรียมเปิดแอปให้พร้อม รับรองว่าการจ่ายเงินในญี่ปุ่นครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่ายอย่างแน่นอนค่ะ!
ศึกษาคำศัพท์และการปฏิบัติตนในการใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นในแง่มุมต่างๆ เพิ่มเติมได้จากบทความของพวกเรา YUI & YUTO ด้านล่างนี้เลยนะคะ ขอให้ทุกคนสนุกสนานและสะดวกสบายกับการช้อปปิ้งในญี่ปุ่นค่ะ!